กรอบจรรยาบรรณคู่ค้าบริษัทฯ

บริษัทฯ ได้บังคับใช้ "จรรยาบรรณคู่ค้า" เป็นกรอบในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยประกาศใช้ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 ซึ่งได้ผนวกหลักการซัปพลายเชนยั่งยืน (Supply Chain Sustainability) ของข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact: UNGC) หลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles and Human Rights) และปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labor Organization's Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work) เพื่อกำกับดูแลคู่ค้าของบริษัทฯ ให้ดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบและยึดหลักธรรมาภิบาล ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ทำการทบทวนประเด็นสำคัญของจรรยาบรรณคู่ค้า ผลปรากฏว่าประเด็นสำคัญยังคงครอบคลุมและสอดคล้องตามมาตรฐานสากล

ข้อมูลเพิ่มเติม: จรรยาบรรณคู่ค้าบริษัทฯ
กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

บริษัทฯ กำหนดระเบียบการพัสดุไว้เป็นกรอบในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัทฯ และในขั้นตอนของการคัดกรองคู่ค้า ได้เพิ่มการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของคู่ค้า โดยอิงตามแนวทางห่วงโซ่อุปทานยั่งยืนในการกำหนดแนวปฏิบัติและตัวชี้วัดต่าง ๆ ให้ครอบคลุมประเด็นที่เป็นสาระสำคัญในบริบทธุรกิจของบริษัทฯ อย่างครบถ้วน

ข้อมูลเพิ่มเติม: Environmental and Social Management System (ESMS) Manual
หลักการจัดซื้อ-จัดจ้างที่โปร่งใส

ภายหลังการคัดกรองคู่ค้าด้วยเกณฑ์คุณสมบัติและการประเมินความเสี่ยงแล้ว คู่ค้าที่ผ่านกระบวนการดังกล่าวแล้วจะได้รับการพิจารณาคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งบริษัทฯ วางกรอบการปฏิบัติไว้ในระเบียบบริษัทฯ ว่าด้วยการพัสดุ และคำสั่งบริษัทฯ เรื่อง วิธีปฏิบัติสำหรับการพัสดุ โดยกำหนดไว้ 4 วิธี ที่ผูกไว้กับมูลค่าการซื้อ/จ้าง และอำนาจการอนุมัติ ดังนี้

วิธีจัดซื้อ-จัดจ้าง มูลค่าการซื้อ/จ้าง
1. การตกลงราคา ไม่เกิน 1 แสนบาท
2. การสอบราคา ไม่เกิน 5 ล้านบาท
3. การประกวดราคา มากกว่า 5 ล้านบาท
4. วิธีพิเศษ กำหนดให้กระทำได้ ในกรณี ดังต่อไปนี้
  • กรณีเร่งด่วน หรือกรณีใดกรณีหนึ่งตามที่ กรรมการผู้จัดการใหญ่เห็นสมควร
  • สินค้าและบริการที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง/เป็นงานหรือบริการที่ต้องอาศัยความชำนาญพิเศษ
  • มูลค่าเกิน 1 แสนบาท

หมายเหตุ: การแบ่งซื้อ-แบ่งจ้าง โดยลดวงเงินที่จะซื้อ-จ้างในครั้งเดียวกัน เพื่อให้อำนาจการสั่งซื้อ-จ้าง หรือวิธีการซื้อ-จ้างเปลี่ยนไปจะกระทำไม่ได้

อำนาจการอนุมัติการซื้อ/จ้าง วงเงิน (บาท)
ผู้อำนวยการฝ่าย ไม่เกิน 1 แสนบาท
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ไม่เกิน 5 แสนบาท
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ไม่เกิน 1 ล้านบาท
กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไม่เกิน 30 ล้านบาท
คณะกรรมการบริษัท เกิน 30 ล้านบาท

คู่ค้าที่ได้รับคัดเลือกการจ้างงานจะเข้าสู่กระบวนการทำสัญญา ซึ่งในสัญญาการซื้อ/จ้างงานจะมีเงื่อนไขระยะเวลาการชำระเงินที่ตกลงกันไว้อย่างชัดเจน คู่ค้าสามารถทราบระยะเวลาการชำระเงินได้ตั้งแต่เริ่มงาน โดยทั่วไปบริษัทฯ จะชำระเงินภายใน 30 วันนับจากวันที่บริษัทฯ ได้รับเอกสารขอรับชำระเงินจากคู่ค้า

ในปี 2568 บริษัทฯ ชำระเงินให้แก่คู่ค้าภายในระยะเวลาเฉลี่ย 15.33 วัน นับจากวันที่ได้รับใบแจ้งหนี้

การประเมินความเสี่ยงคู่ค้า

บริษัทฯ จัดให้มีกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของผู้จัดหาทุกราย เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากการทิ้งงานของคู่ค้า การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเสี่ยงด้านชื่อเสียง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้พัฒนากระบวนการประเมินความเสี่ยงคู่ค้า เพื่อกำหนดกลุ่มคู่ค้าที่มีนัยสำคัญ (Significant Supplier) โดยพิจารณาประเด็นสำคัญทางธุรกิจ (Business Relevance) และประเด็นด้าน ESG ซึ่งผลการประเมินจะใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการพิจารณาคัดเลือกคู่ค้า หรือหากคู่ค้ารายใดที่มีการดำเนินงานเชิงป้องกันความเสี่ยง ESG และ/หรือ มีผลการดำเนินงานด้าน ESG ที่ดีกว่าจะมีโอกาสสูงที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นคู่ค้าของบริษัทฯ

การระบุประเภทคู่ค้าของกลุ่มบริษัทฯ ปี 2568
ประเภทคู่ค้า จำนวนคู่ค้า (ราย) ร้อยละ
  • คู่ค้ารายสำคัญ (Critical Supplier): ไม่สามารถหาทดแทนได้ และ/หรือมีมูลค่าซื้อ-จ้างสูง
313 22.91
  • คู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง (ESG High-Risk Supplier): มีความเสี่ยงด้าน ESG จากการดำเนินงาน
664 48.61
  • คู่ค้าที่มีนัยสำคัญ (Significant Supplier)

พิจารณาและรวบรวมคู่ค้าที่มีนัยสำคัญจากกลุ่มคู่ค้าสำคัญ (Critical Supplier) และกลุ่มคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง (ESG High-Risk Supplier) ที่อาจมีความเสี่ยง ทั้งในด้านการจัดซื้อ-จัดจ้าง และความเสี่ยงด้าน ESG ที่จะกระทบ ต่อบริษัทฯ ในฐานะผู้ว่าจ้างได้

835 61.13
ผลการประเมินความเสี่ยง

ในปี 2568 บริษัทฯ และกลุ่มโรงไฟฟ้าที่บริษัทฯ มีอำนาจบริหารด้านการเงิน ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า ทั้งในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล สรุปผล ดังนี้

ประเด็นความเสี่ยง ผลการดำเนินงานปี 2568

ด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการก๊าซเรือนกระจก

การจัดการก๊าซเรือนกระจก สิ่งแวดล้อม และของเสีย

  • ตรวจสอบประวัติการละเมิดกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม
  • พิจารณาคู่ค้าที่มีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม หรือมีการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก
  • พิจารณาคู่ค้าที่มีการประกาศเป้าหมายด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก
  • ติดตามการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าและตรวจประเมินการดำเนินงานของคู่ค้า
  • เลือกซื้อสินค้าที่ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม หรือได้รับการรับรองความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ไม่มีคู่ค้าที่มีการละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม
  • ไม่มีคู่ค้าที่มีประเด็นร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม
  • คู่ค้าทุกรายผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินและไม่มีการละเมิดจรรยาบรรณคู่ค้าของบริษัทฯ
  • จัดซื้อ-จัดจ้างสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมรวมมูลค่ากว่า 65 ล้านบาท

ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน

  • ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของคู่ค้า
  • ตรวจสอบสถิติด้านความปลอดภัยในการทำงานของคู่ค้า
  • กำหนดให้มีการขออนุญาตเข้าทำงาน การประเมินความเสี่ยงของงานและการปฐมนิเทศทุกครั้ง
  • ฝึกซ้อมแผนตอบสนองเหตุฉุกเฉินร่วมกับคู่ค้า/ผู้รับเหมา
  • กำหนดและจัดให้มีอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับแรงงานในสัญญาจ้างตามลักษณะงานอย่างเหมาะสม
  • กำหนดให้คู่ค้าประกันความเสี่ยงแก่แรงงานที่ทำงานที่มีความเสี่ยงสูง
  • ติดตามการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าและตรวจประเมินการดำเนินงานของคู่ค้า
  • ไม่มีคู่ค้าที่มีการละเมิดกฎหมายแรงงาน
  • คู่ค้า/ผู้รับเหมาได้รับอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานจำนวน 1 ครั้ง
  • คู่ค้า/ผู้รับเหมาที่ได้รับการฝึกซ้อมแผนตอบสนองเหตุฉุกเฉิน และรับการอบรมด้านความปลอดภัยก่อนจำนวน 751 ราย
  • คู่ค้าทุกรายผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินและไม่มีการละเมิดจรรยาบรรณคู่ค้าด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัทฯ

ด้านสิทธิมนุษยชน

การละเมิดสิทธิมนุษยชน (การใช้แรงงานเด็ก/แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย/การเลือกปฏิบัติ/การปฏิบัติต่อกลุ่มเปราะบาง)

การจ้างงาน/การจ่ายผลตอบแทน/เงื่อนไขการทำงาน

  • พิจารณาคู่ค้าที่มีการประกาศนโยบายหรือข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชน
  • ตรวจสอบประวัติการร้องเรียน/ข้อพิพาทด้านแรงงาน การใช้แรงงานผิดกฎหมาย/แรงงานเด็ก/การบังคับใช้แรงงานของคู่ค้า
  • กำหนดให้แจ้งข้อมูลประวัติแรงงานที่จะเข้าทำงาน
  • กำหนดให้แสดงใบขึ้นทะเบียนกรณีเป็นแรงงานต่างด้าว
  • ติดตามการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าและตรวจประเมินการจัดการสภาพแวดล้อมในการทำงานของแรงงาน
  • ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินงานของคู่ค้า/ผู้รับเหมา
  • ไม่มีประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นในกลุ่มคู่ค้า
  • ไม่มีคู่ค้าที่มีการละเมิดกฎหมายแรงงานและผิดข้อกำหนดด้านแรงงานต่างด้าว
  • มีคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูงด้านสิทธิมนุษยชน 83 ราย ได้แก่ ผู้ให้บริการในกลุ่มงานบริการเดินเครื่องและบำรุงรักษา และผู้จัดหาวัสดุเครื่องมือ อุปกรณ์
  • คู่ค้าทุกรายผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินและไม่มีการละเมิดจรรยาบรรณคู่ค้าด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ

ด้านการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชันและกำกับการดำเนินธุรกิจ

การฮั้วราคา และความขัดแย้งทางผลประโยชน์

การละทิ้งงาน/การผิดนัดส่งมอบสินค้าและบริการ/สินค้าหรือบริการไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

  • กำหนดไว้เป็นเรื่องต้องห้ามในจรรยาบรรณคู่ค้าที่จะต้องลงนามรับทราบและถือปฏิบัติตาม
  • ตรวจสอบข้อมูลและประวัติการดำเนินงานของคู่ค้าจากแหล่งต่าง ๆ
  • ตรวจสอบหนังสือรับรองทางการค้า และรายชื่อคณะกรรมการ/ผู้บริหาร
  • กำหนดให้มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน กรณีงานมีมูลค่าสูง
  • กำหนดเงื่อนไขการเลิกจ้างหรือยกเลิกสัญญาไว้ในสัญญาและชี้แจงให้คู่ค้าทราบอย่างชัดเจน
  • กำหนดบทปรับ ขึ้นบัญชีคู่ค้าต้องห้าม กรณีไม่เป็นไปตามที่กำหนด และไม่จ้างคู่ค้าต้องห้าม
  • กำหนดเงื่อนไข/หลักเกณฑ์การชำระเงินล่วงหน้า และเงื่อนไขการชำระเงินเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงาน
  • ติดตามการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าและตรวจประเมินการดำเนินงานของคู่ค้า
  • เชิญชวนคู่ค้าให้เข้าร่วมแสดงเจตนารมณ์ในแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย
  • มีคู่ค้าที่ถูกบริษัทฯ ยกเลิกสัญญาหรือถูกระบุเป็นคู่ค้าต้องห้าม จำนวน 1 ราย ซึ่งบริษัทฯได้มีการให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานต่อคู่ค้าแล้ว
  • อัตราเฉลี่ยการชำระเงินให้คู่ค้า นับจากวันที่ได้รับใบแจ้งหนี้ 15.33 วัน
  • คู่ค้าทุกรายผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินและไม่มีการละเมิดจรรยาบรรณคู่ค้าด้านการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชันของบริษัทฯ
  • มีคู่ค้าที่สนใจตอบรับเข้าร่วมแสดงเจตนารมณ์ในแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทยจำนวน 13 ราย

ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

การป้องกันข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้บริโภค

  • พิจารณาคู่ค้าที่มีระบบการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับงานที่มีความเสี่ยงสูง
  • ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และระบบการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของคู่ค้า
  • นำระบบ One Trust มาใช้ในการประเมินความเสี่ยงด้านการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้า
  • ตรวจสอบข้อมูล/ประวัติการถูกโจมตีทางไซเบอร์ และข้อร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล/ข้อมูลลูกค้า
  • กำหนดเป็นเงื่อนไขในสัญญาจ้างและตรวจสอบผลการปฏิบัติ พร้อมกำหนดช่องทางการสื่อสารกรณีที่คู่ค้าถูกโจมตีทางไซเบอร์ หรือถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
  • ติดตามการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าและตรวจประเมินการดำเนินงานของคู่ค้า
  • มีคู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้านการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล จำนวน 215 ราย แต่ไม่มีรายใดที่เกิดเหตุการณ์การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
  • ไม่มีคู่ค้าที่มีข้อร้องเรียนด้านการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล/ข้อมูลลูกค้า
  • คู่ค้าทุกรายผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินและไม่มีการละเมิดจรรยาบรรณคู่ค้าด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของบริษัทฯ
การติดตาม ประเมินผล และการพัฒนา

บริษัทฯ ติดตามผลการปฏิบัติงานของผู้จัดหาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการประเมินหลังการส่งมอบงาน ซึ่งใช้ตัวชี้วัดด้านคุณภาพและการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ หากพบการไม่ปฏิบัติตาม บริษัทฯ จะดำเนินการตามกระบวนการแก้ไขและปรับปรุง พร้อมทั้งติดตามผลจนกว่าจะแล้วเสร็จ และในกรณีร้ายแรงอาจพิจารณามาตรการทางสัญญาเพิ่มเติม

ตัวชี้วัดการประเมินผลการปฏิบัติงานของคู่ค้าหลังส่งมอบงาน/สินค้า/บริการ
1. คุณภาพ/ราคาของสินค้าและบริการ
  • คุณภาพสินค้า/บริการเป็นไปตามข้อตกลง
  • การบรรจุหีบห่ออยู่ในสภาพเรียบร้อย/ไม่ชำรุด
  • ราคาเหมาะสม/คุ้มค่ากับคุณภาพสินค้า/บริการ
2. การส่งมอบสินค้าและบริการ
  • ส่งมอบสินค้า/งานบริการ ครบตามรายการและปริมาณที่ตกลงกันไว้
  • ส่งมอบสินค้า/งานบริการ ทันตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้
  • การดูแลสินค้า/บริการในระหว่างการส่งมอบ
    (พนักงาน/ยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง)
3. การบริการ
  • การให้ความร่วมมือในการติดต่อประสานงาน
  • คุณภาพการให้บริการหลังการขาย
4. สิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงาน
  • การเคารพและให้เกียรติในการทำงานร่วมกัน และการปฏิบัติ/ดูแลพนักงานของคู่ค้า
  • ไม่มีการจ้างงานแรงงานผิดกฎหมายและแรงงานเด็ก
  • พนักงานของคู่ค้าได้รับค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายเป็นอย่างน้อย
  • ระยะเวลาการทำงานของพนักงานเป็นไปตามกฎหมายเป็นอย่างน้อย
  • ไม่มีประวัติการล่วงละเมิด/เหตุการณ์/ข้อพิพาทเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติ/ปฏิบัติต่อแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม
  • มีการปฏิบัติต่อแรงงานหญิงอย่างเหมาะสม เป็นธรรม
  • การแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม
  • การดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัย
  • ความสามารถในการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
5. สิ่งแวดล้อม
  • ความสามารถในการจัดการพลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • ความสามารถในการป้องกันมลพิษ และการจัดการของเสีย
  • ความสามารถในการจัดการวัตถุอันตราย
  • ความสามารถในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความสามารถ และการให้ความสำคัญในการจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
  • ความสามารถ และการให้ความสำคัญในการไม่ตัดไม้ทำลายป่า
6. จรรยาบรรณทางธุรกิจ
  • การต่อต้านการคอร์รัปชัน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
  • การให้ของขวัญ ของกำนัล และการเลี้ยงรับรองเป็นไปตามจรรยาบรรณคู่ค้า
  • การแข่งขันทางการค้าอย่างสุจริต
  • ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
  • ความสามารถในการปกป้องคุ้มครองข้อมูลความลับ ข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สินทางปัญญา
  • ความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการคุณภาพ
7. ด้านเอกสาร
  • เอกสารถูกต้องครบถ้วน และนำส่งให้บริษัทฯ ตรงตามกำหนดเวลา

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีกระบวนการตรวจประเมินคู่ค้า โดยใช้ตัวชี้วัดตามมาตรฐาน Together for Sustainability (TfS) และจรรยาบรรณคู่ค้าของบริษัทฯ ประกอบด้วย 5 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพและความปลอดภัย ด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน และด้านธรรมาภิบาล วิธีการตรวจประเมินกำหนดไว้ 2 วิธี ได้แก่ การตรวจประเมินเอกสาร (Desk Review) และการตรวจประเมิน ณ สถานที่ประกอบการของคู่ค้า (On-site Assessment) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทและความเสี่ยงของคู่ค้าแต่ละราย

บริษัทฯ มีแผนงานที่จะคัดเลือกคู่ค้าเพิ่มขึ้นเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจประเมิน โดยมุ่งเน้นคู่ค้าที่มีนัยสำคัญ (Significant Supplier) ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคู่ค้าที่มีอิทธิพลและผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อป้องกัน ควบคุม และลดความเสี่ยงของบริษัทฯ จากคู่ค้า ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ก็เล็งเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาคู่ค้าให้มีศักยภาพสูงขึ้น โดยเฉพาะคู่ค้าในประเทศและผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานและสร้างคุณค่าร่วมในระยะยาว

อย่างไรก็ดี หากผลการตรวจประเมินพบว่า คู่ค้าดำเนินงานไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของบริษัทฯ หรือมีการฝ่าฝืนกฎหมาย และมีความเสี่ยงที่ไม่สามารถยอมรับหรือแก้ไขได้ บริษัทฯ จะพิจารณามาตรการยกเลิกสัญญาจ้าง และ/หรือการขึ้นบัญชีต้องห้ามของคู่ค้ารายนั้นทันที

การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและแรงงานที่เป็นธรรมในห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยยึดหลักการตามแนวทางสากล UN Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGPs) นอกจากนี้ ประเด็นสิทธิมนุษยชนยังเป็นประเด็นสาระสำคัญของบริษัทฯ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน เนื่องจากผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนส่วนใหญ่อยู่ในกิจกรรมของผู้จัดหาและผู้รับเหมาช่วง โดยเฉพาะในงานก่อสร้าง การบำรุงรักษา และการใช้แรงงานภายนอกในระดับโครงการ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้ผู้จัดหาต้องไม่ใช้แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก หรือการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ พร้อมทั้งยังจัดให้มีกลไกรับข้อร้องเรียนและแจ้งเบาะแสที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน สามารถแจ้งประเด็นที่อาจส่งผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนได้อย่างปลอดภัยและเป็นความลับ

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมผู้จัดหาที่มีนัยสำคัญ เพื่อระบุ ป้องกัน บรรเทา และติดตามผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทานสอดคล้องกับ UNGPs

สรุปผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของคู่ค้า

ผลการประเมินความเสี่ยงผู้จัดหาที่มีนัยสำคัญของกลุ่มบริษัทฯ พบว่าความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง โดยมีความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในกิจกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นในช่วงก่อสร้าง เดินเครื่องและบำรุงรักษา รวมถึงประเด็นเรื่องความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ทั้งนี้ ในรอบระยะเวลารายงาน ไม่พบกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ได้แก่ การใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขครบถ้วนในทุกกรณีที่พบช่องว่าง และติดตามผลอย่างเป็นระบบ

ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ผู้ได้รับผลกระทบ ผลการประเมิน มาตรการป้องกันและบรรเทา
การใช้แรงงาน/สิทธิแรงงาน
  • คู่ค้า/ผู้รับเหมางานก่อสร้างโรงไฟฟ้า
  • คู่ค้า/ผู้รับเหมางานเดินเครื่องและบำรุงรักษา
  • คู่ค้าผู้ให้บริการงานอำนวยความสะดวก เช่น รักษาความปลอดภัย ทำความสะอาด การปรับปรุงภูมิทัศน์
  • คู่ค้าผู้จัดหาสินค้าปลีก/การกระจายสินค้าให้กับบริษัทฯ
  • คู่ค้าผู้ให้บริการงานอื่น ๆ
ความเสี่ยงสูง: การขาดการรับรอง มาตรฐานแรงงานสากล (เช่น SA8000, TLS8000) สะท้อน ถึงการกำกับดูแลที่อาจยังไม่เพียงพอ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยง ต่อการละเมิดสิทธิแรงงาน อาทิ การใช้แรงงานบังคับหรือ แรงงานเด็ก ค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรม ชั่วโมงการทำงานที่เกินกฎหมาย กำหนด การจำกัดเสรีภาพใน การรวมกลุ่ม และการขาดกลไกรับ ข้อร้องเรียน
  • การตรวจสอบข้อร้องเรียนและการฝ่าฝืนด้าน แรงงาน: บริษัทฯ ดำเนินการทบทวนประวัติของคู่ค้าในประเด็นข้อร้องเรียนด้านแรงงาน การจ้างงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การใช้ แรงงานเด็ก หรือแรงงานบังคับ เพื่อระบุและ ประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
  • การทบทวนนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน: บริษัทฯ คัดกรองคู่ค้าจากนโยบาย หรือแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน ที่มีการประกาศต่อสาธารณะ โดยนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดเลือกคู่ค้า ก่อนการขึ้นทะเบียน
  • การรวบรวมข้อมูลแรงงาน: บริษัทฯ กำหนดให้มีการจัดเก็บรายชื่อแรงงานสำหรับ งานที่ได้รับมอบหมายทุกงาน เพื่อใช้ใน การตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายของการจ้างงาน
  • การตรวจสอบเอกสารแรงงานข้ามชาติ: บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติและใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมายในขั้นตอนการคัดกรองคู่ค้า
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
  • คู่ค้า/ผู้รับเหมางานก่อสร้างโรงไฟฟ้า
  • คู่ค้า/ผู้รับเหมางานเดินเครื่องและบำรุงรักษา
  • คู่ค้าผู้ให้บริการงานอำนวยความสะดวก เช่น รักษาความปลอดภัย ทำความสะอาด การปรับปรุงภูมิทัศน์
การขาดการรับรองมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (เช่น ISO 45001) บ่งชี้ถึงระบบ การบริหารความเสี่ยงที่อาจยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ ส่งผลให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการบาดเจ็บจากการทำงาน อันตรายจากสารเคมี การทำงานใน พื้นที่อับอากาศ การขาดอุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) การฝึกอบรมที่ไม่เพียงพอ รวมถึงการขาดระบบรายงาน อุบัติเหตุหรือแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน
  • การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน: บริษัทฯ ทบทวนการปฏิบัติ ตามกฎหมายแรงงานและกฎระเบียบที่ เกี่ยวข้องของคู่ค้า เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับ ข้อกำหนดทางกฎหมาย
  • การตรวจสอบประวัติด้านความปลอดภัย: บริษัทฯ ประเมินประวัติด้านความปลอดภัย ของคู่ค้า เพื่อระบุเหตุการณ์อุบัติเหตุที่ผ่านมา หรือกรณีการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ด้านความปลอดภัย
  • การปฐมนิเทศด้านความปลอดภัย และการประเมินความเสี่ยงของงาน: บริษัทฯ จัดให้มีการปฐมนิเทศ ด้านความปลอดภัยและการประเมินความเสี่ยง ร่วมกันก่อนเริ่มปฏิบัติงาน เพื่อป้องกัน และลดความเสี่ยงจากการทำงาน
  • การกำหนดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัย: บริษัทฯ กำหนดให้คู่ค้าจัดเตรียมและจัดหา อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE) ที่ เหมาะสม โดยระบุเป็นเงื่อนไขในสัญญา
  • การจัดให้มีประกันสำหรับงานที่มีความเสี่ยงสูง: บริษัทฯ กำหนดให้คู่ค้าจัดให้มีประกันภัย สำหรับแรงงานที่ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงสูง เช่น งานในที่อับอากาศ งานบนที่สูง งานที่เกี่ยวข้องกับความร้อน
การป้องกันและบรรเทาผลกระทบ

สำหรับผู้จัดหาที่มีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับแรงงานและความปลอดภัยในระดับกลางถึงสูง บริษัทฯ ได้พิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งการตรวจประเมินด้านแรงงานและสภาพการทำงานที่เข้มงวดมากขึ้น การกำหนดข้อกำหนดเฉพาะในสัญญาเกี่ยวกับแรงงานและสิทธิมนุษยชน และการจัดทำแผนปรับปรุงร่วมกับผู้จัดหา (Corrective Action Plan)

การเชื่อมโยงกับความต่อเนื่องทางธุรกิจและความยืดหยุ่นขององค์กร

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) และความยืดหยุ่นขององค์กร (Organizational Resilience) โดยบริษัทฯ พิจารณาความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้จัดหารายสำคัญ การหยุดชะงักของการจัดส่ง วิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม และความผันผวนของตลาด บริษัทฯ จึงส่งเสริมการกระจายแหล่งจัดหา การพัฒนาผู้จัดหาในประเทศ และการสร้างความร่วมมือระยะยาวกับผู้จัดหาที่มีศักยภาพ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของธุรกิจ

การพัฒนาความร่วมมือกับคู่ค้า

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับผู้จัดหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาวัตถุดิบ ปัจจัยการผลิตไฟฟ้า และการเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า เพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ รวมทั้งระบบไฟฟ้าของประเทศ บริษัทฯ จึงเน้นความเป็นพันธมิตรระยะยาวในการทำงาน โดยมีการประสานงาน ปรึกษาหารือเพื่อร่วมกันดำเนินงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย การสื่อสารระหว่างกันเป็นประจำผ่านการประชุมประจำเดือน/ตามวาระ การร่วมตรวจประเมินระบบปฏิบัติงานเพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น การร่วมกันจัดทำแผนบริหารจัดการภาวะวิกฤตและแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ อาทิ กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินด้านการจัดหาเชื้อเพลิง รวมถึงการฝึกซ้อมแผนจัดการ/ตอบสนองเหตุฉุกเฉินร่วมกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเสริมสร้างประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดจากการปฏิบัติงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

การส่งเสริมการต่อต้านคอร์รัปชันให้กับคู่ค้า

บริษัทฯ ได้ส่งเสริมให้คู่ค้าเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านธรรมาภิบาลให้กับกลุ่มคู่ค้า โดยบริษัทฯ ได้ทำหนังสือเชิญชวนคู่ค้าจำนวน 13 รายเข้าร่วมโครงการ และบริษัทฯ จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำเพื่อให้คู่ค้าสามารถผ่านการประเมินตนเองเพื่อขอการรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทยได้

การส่งเสริมด้านความปลอดภัยกับคู่ค้า

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน ครอบคลุมถึงพนักงานของคู่ค้า/ผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานในสถานประกอบการของบริษัทฯ และโรงไฟฟ้า บริษัทฯ จึงได้จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน การฝึกปฏิบัติตามแผนรองรับเหตุฉุกเฉินให้กับคู่ค้า/ผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องทุกรายเป็นประจำทุกปี ซึ่งช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ ได้มีการอบรมคู่ค้าสำคัญไปแล้ว รวมจำนวน 751 ราย (คิดเป็นร้อยละ 55)

การพัฒนาองค์ความรู้ห่วงโซ่อุปทานยั่งยืนภายในองค์กร

บริษัทฯ ได้จัดการอบรมให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อ-จัดจ้างทั้งหมด (ร้อยละ 100) เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารห่วงโซ่อุปทานยั่งยืน และการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ดังนี้

หัวข้ออบรม การนำไปใช้ประโยชน์
การบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนหลักสูตรของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • ประยุกต์ใช้หลักการเพื่อบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ ให้เกิดความยั่งยืนและลดความเสี่ยงอันเกิดจากความไม่ต่อเนื่องของสินค้าและบริการ
  • สร้างสรรค์โอกาสและความได้เปรียบในการแข่งขันทางการตลาด
ความรู้พื้นฐานด้านความยั่งยืนหลักสูตรของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • กำกับดูแลการดำเนินงานของคู่ค้าให้สอดคล้องตามหลักการด้านความยั่งยืน
  • ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในกระบวนการสรรหาสินค้าและบริการ และกระบวนการคัดเลือกคู่ค้า
สิทธิมนุษยชนโดยบริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด (ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน)
  • เข้าใจหลักการด้านสิทธิมนุษยชน
  • ปฏิบัติต่อคู่ค้าบนหลักการเคารพสิทธิมนุษยชน
  • ถ่ายทอดความมุ่งมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชนไปยังกลุ่มคู่ค้าของบริษัทฯ
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
ตัวชี้วัด ผลการดำเนินงานปี 2568
โครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน มีการจัดซื้อจากผู้จัดหาในประเทศเป็นสัดส่วนหลัก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์และเสริมสร้าง ความต่อเนื่องทางธุรกิจ
  • สัดส่วนการจัดซื้อ-จัดจ้างจากผู้จัดหาในประเทศต่อมูลค่าการจัดซื้อ-จัดจ้างทั้งหมด
98.59%
  • สัดส่วนผู้จัดหาที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินงาน
61.13%
การกำกับดูแลและการปฏิบัติตามข้อกำหนด ผู้จัดหาที่มีนัยสำคัญทุกรายได้ลงนามรับรอง Supplier Code of Conduct และมีการกำหนด ประเด็นด้าน ESG เป็นส่วนหนึ่งของสัญญา จัดซื้อ/จัดจ้าง
  • สัดส่วนของผู้จัดหาที่ลงนามรับรอง Supplier Code of Conduct
100%
  • สัดส่วนของสัญญาจัดซื้อ-จัดจ้างที่มีข้อกำหนดด้าน ESG
100%
การประเมินความเสี่ยงและการตรวจประเมิน ดำเนินการประเมินผู้จัดหาตามระดับความเสี่ยง และติดตามให้ผู้จัดหาที่พบประเด็นต้องปรับปรุง ดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนด
  • สัดส่วนผู้จัดหาที่ได้รับการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม
100%
  • สัดส่วนผู้จัดหาที่ได้รับการประเมินด้านสังคม
100%
  • สัดส่วนประเด็นที่พบจากการตรวจประเมินและได้รับการแก้ไขแล้ว
100%
สิทธิมนุษยชนและแรงงาน ในรอบระยะเวลารายงาน ไม่พบกรณีการละเมิด สิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ
  • จำนวนกรณีร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน
0 กรณี
  • จำนวนกรณีที่ได้รับการตรวจสอบและแก้ไขแล้ว
ไม่มี
  • สัดส่วนของผู้จัดหาที่ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
100%
  • จำนวนผู้จัดหาที่จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงด้านสิทธิมนุษยชน
85 ราย
  • สัดส่วนการตรวจประเมินด้านแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน
100%

ในปี 2568 ผลการประเมินพบว่าคู่ค้าส่วนใหญ่จำนวน 1,296 ราย (ร้อยละ 97.15) ผ่านเกณฑ์การประเมิน มีคู่ค้าจำนวน 36 ราย (ร้อยละ 2.70) ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขการชำระเงินและการขนส่ง และมีคู่ค้าจำนวน 2 ราย (ร้อยละ 0.15) ถูกขึ้นบัญชีดำ